เหตุผลที่ยังโสด

บ้างว่าเปลี่ยว

บ้างว่าเหงา

บ้างว่าฟุ้งซ่าน

บ้างว่ามึงว่างจังเนาะ

จะว่าด้วยสาเหตุใดๆก็แล้วแต่

วันสองวันนี้มีคำถามผุดขึ้นในใจว่า

เอ๊ะ..นี่อิชั้นยังปรกติดีอยู่รึเปล่า

ทำไมจนป่านกะนี้แล้ว

เราก็ยังไม่มีใครแผ้วพานเข้ามาในชีวิตเลย

อย่าว่าแต่กิ๊กปิ๊งปั๊งเลย…คนจะเข้ามาทำท่าปิ๊งปั๊งนี่ยังไม่มีเล้ย

คิดไปคิดมา

(เรื่องที่มีสาระกว่านี้ชั้นยังไม่คิดทวนซ้ำไปซ้ำมาเลยนะ แสดงว่าอินี่แรด สงสัยจริง)

บวกกับโพสถามในสเตตัสเฟซบุ๊คดู

(โอ๊ย..กล้ามาก อย่าไปกลัวชั้นแค่อยากรู้ฟีดแบกและคำตอบ)

ก็พอจะแบ่งออกได้ประมาณนี้

อ้อ..ขอแบ่งออกเป็นข้อใหญ่สามข้อ คือ กายภาพ,ชีวภาพ และสังคม

๑.กายภาพ

ก. สวยไม่พอ..ก็ต้องยอมรับบ้างอะไรบ้าง ว่าหน้าตาชั้นมันหมวยจืด

ข. หุ่นไม่ดี..อันนี้รวมทั้งร่าง จะอ้วน อกแฟ่บ พุงป่อง ตูดปอด ทรงกระบอก สิริรวมแล้วแปลว่าหุ่นไม่เซี๊ยะ

ค. ตัวใหญ่..คือ มันโครงใหญ่น่ะ ไม่แลดูบอบบางน่าทนุถนอมไม่ได้เหมือนหญิงไทยใจงามทั่วไป

ง.สูง..ไม่ได้เปรตมาก แต่ก็เกินมาตรฐานมานิดหน่อย ทำให้ส่งผลถึงจิตใจคนที่เตี้ยกว่า และเราเองก็รับไม่ค่อยจะได้

จ.ผมสั้น..อันนี้ฟังดูปัญญาอ่อนแต่มีสถิติบอกว่า ผู้ชายร้อยละแปดสิบชอบผู้หญิงผมยาวตรง

ฉ.เสียงแหลม..คือไม่ได้ตลอดเวลาแต่ถ้าพูดยาวๆมากๆแล้วเริ่มมันสุดๆจะปรี๊ดมาก (แถมในเฟซบุ๊คอีโอบอกว่า ถ้าอิชั้นมีแฟน แฟนต้องหูหนวกก่อน)

โอ๊ย พอละแค่นี้ก็อับอายเต็มทน มาต่อให้อายกว่านี้ที่ชีวภาพบ้าง

เอ่อ ชีวภาพในที่นี้หมายถึง ปัจจัยภายใน หรืออุปนิสัยคอ ก็รวมนะ

๒.ชีวภาพ

ก.ตลกไป..เฮ้ยอันนี้ไม่ตลก เพราะมีคนบอกว่า เหมือนเล่นมุกตลอดเวลาเลยไม่รู้ว่าเอาไม่เอา จริงไม่จริง มีงี้ด้วยหรอวะ อีกอย่างเค้าบอกว่า ผู้ชายต่างหากที่ควรจะตลกแล้วเราสาวๆเป็นเพศที่หัวเราะสร้างความสดใสให้เค้าแทน ซึี่งอิชั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ชายเลยไม่มาช่วยมั้ง

ข.แมนไป..คือ มันมาจากชีวภาพบางส่วน บวกกับ เราเป็นพี่ใหญ่ เป็นที่พึ่งและร่มเงา เลยจะทำตัวแมนๆบ้างอะไรบ้าง ส่งให้มีข้อข้างล่างตามมา

ค.อ่อยไม่เป็น..จะว่าอ่อยก็แรงไปหน่อย สำออยดีกว่า คือ ก็กูทำได้ มึงไม่ต้องมาช่วยก็ กูโอเค ซึ่งคุณผู้หญิงคะ มันคือการตัดโอกาสตัวเองอย่างใหญ่หลวงค่ะ มีคนบอกว่าเราควรจะอ่อนแอบ้าง ให้ผู้ชายมาปกป้องบ้าง ซึ่งก็กูเกรงใจง่ะ บางทีทำเองก็ได้แต่ก็นั่นแหละ เลยไม่มีไง

ง.ไม่ค่อยแต่งหน้า..คนงามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ถึงจะเฟคเล็กๆแต่เป็นการส่งเสียงเรียกเพศตรงข้ามเข้าหา ซึ่งกูเก่งเชียว เขียนตาทีต้องวัดแล้ววัดอีก เบี้ยวตลอดเว

จ.ทิ้งผ้าเช็ดหน้าไม่เป็น..คือบางทีเราต้องทิ้งclueเล็กๆให้เค้ารู้บ้างว่า เฮ้ยชั้นโสดนะ จีบได้นะ แอบๆปิ๊งๆนะ แต่มันทำยังไงวะครับ และถึงปล่อยได้แบบฟลุ้กๆก็มีข้อต่อมาคือ

ฉ.ต่อไม่ได้..คือ สมมติเค้าเกิดเล่นกลับอย่างงี้ แล้วยังไงต่อวะครับ คือ เนื่องจากเป็นแบบข้อบนๆ เลยตลกตอบมันก็เลยรวนๆ แล้วก็อีหรอบเดิมๆ

ช.พูดไม่เพราะ..หยาบเชียวล่ะค่ะพี่น้อง ถ้าเคยอ่านบล็อกเก่าๆหรือรู้จักกันดีก็จะรู้ เฮ้ยอันนี้พยายามเปลี่ยนมากนะ แต่แพ้ตัวเองทุกที

ซ.บ้าเกิน..เอ่ออันนี้พูดไปกHอายเค้า แต่ยอมรับว่าฉันเพี้ยน แถมบ้าๆบอๆทำอะไรที่ชาวบ้านไม่ค่อยทำก็บ่อย คนเค้าคงกลัว

ไหนๆก็ไหนๆ ต่อไปที่ข้อสุดท้ายได้ละ

๓.สังคม

ก.เพื่อนเยอะ..เพื่อนเยอะอยู่กะเพื่อนตลอดเวเป็นแบบเหวดที่เหมยลี่พูดแหละ ก็เพราะกูอยู่กะพวกมึงไง กูถึงเป็นแบบนี้

ข.เรียนหนัก/งานเยอะ..เวลาให้ไปกับงานและเรียนซะส่วนใหญ่แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปหา…

ค.โพรไฟล์ดีไป..เฮ้ยอันนี้ฟังดูงงๆ แต่คิดดีๆ คือ ถ้าสำหรับผู้ชายโพรไฟล์ดีหญิงหลงแน่ แต่สำหรับสาวๆมันดูเกินหน้าชายน่ะ อิชั้นก็ไม่ได้หรูหราหวือหวามากแต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้อยู่

ง.ไม่รวย..ไม่ได้จนเตี้ยกะเรี่ยราด แต่ไม่มีเงินถุงเงินถังให้ร่อนได้บ่อยๆ

จ.เป็นกะเหรี่ยง..ข้อนี้เพิ่มขึ้นเนื่องจากตอนนี้อยู่ต่างถิ่นต่างแดน ต่างชาติต่างภาษา โอ๊ยยิ่งยากเข้าไปใหญ่เลยกู

ฉ.ไม่สม่ำเสมอ..หมายถึงการติดต่อสื่อสารทุกชนิด วัดเอาจากการอัพบล็อกก้ได้ โทรศัพท์นี่ยิ่งแล้วใหญ่ น้อยครั้งมาก มาอยู่นี่คุยกะแม่แค่สามครั้ง ตอนนี้ที่บ้านอาจลืมเราไปแล้ว

ช.เพื่อนที่มีก็เป็นเหมือนๆกัน..ไม่มีใครยอมใครกันทีเดียว ฮ่าๆๆ สงสัยคงสวยเป็นแก๊งชะนีไปจนถึงแก่เฒ่า

ซ.ช่วยมองรอบกายเถอะมันยังมีผู้ชายดีๆเหลืออยู่มั้ย..ไม่ตุ๊ด ก็เกย์ หรือมีเจ้าของแล้ว ไม่ก็เจ้าชู้จู๋กระจ่าง อ้อ..ไม่ก็อยู่วัด

เท่าที่คิดได้ก็คงจะประมาณนี้…เฮ้ยนี่เยอะนะเนี่ย

แล้วบางข้อก็แก้ไขไม่ได้ด้วย…

โอ๊ยตาย….อกอีแป้นจะแตก

เพี้ยน

รู้สึกช่วงนี้มีแต่เรื่องตลกเยอะแยะเต็มไปหมด

เพราะชีวิตชาติก่อนคงทำบุญไว้กับการสร้างคาเฟ่

มาชาตินี้เลยมีแต่คนนำเสียงหัวเราะเข้ามาในชีวิตอยู่เนืองๆ

แต่ก็มีคนบอกว่า เพราะมึงเพี้ยนน่ะแหละ

เลยมีแต่คนเพี้ยนๆอยู่รอบกายมึงตลอดเว

เอาเหอะคร้าบพี่น้อง

ถึงเราจะเพี้ยนเราก็จนโว้ย…

(ดีใจอะไร เห็นมั้ยล่ะบอกแล้วว่าเพี้ยน)

แต่มีคนบอกจริงนะว่าว่าลักษณะคล้ายๆกันจะดึงดูดเข้าหาซึ่งกันและกัน

อืม….

พอมาลองนึกๆดูแล้วเนี่ย

เพื่อนตั้งแต่สมัยโบราณกาลจนมาถึงปัจจุบัน

ก็มีแต่คนสุดๆนะ

คืออาจจะไม่ได้เพี้ยนแบบบ้าบอคอแตกอะไรมาก

แต่โดยส่วนใหญ่แล้วถือเพี้ยนอยู่ไม่ใช่น้อย

คือถ้าถามว่ามีเพื่อนที่แบบเป็นคนธรรมดาบ้างรึเปล่า…

เฮ้ยนิ่งคิดนานเลยนะ

เพราะไม่ได้รู้สึกว่าใครแม่งธรรมดาเลย

ต้องมีนิดนึงน่ะที่แบบ เฮ้ย มึงทำแบบนี้กูว่าไม่ปรกติแล้วล่ะ

(อาจไม่รุนแรง แต่มันแหม่งในใจ)

ตัวอย่างง่ายๆเช่น

เพื่อนตั้งแต่สมัยประถมคนนึง

ดูปรกติดี ครบสามสิบสอง

นิสัยดุเล็กน้อยถึงมาก ซึ่งอันนี้ไม่แปลก

คนเรามันดุกันได้

เรียนหนังสือก็เก่งดีใช้ได้ เรียนห้องคิงมาตลอด

แต่ที่ประหลาดคือ แม่งเป็นคนที่เขียนหรืออ่านวรรณยุกต์ไม่ได้เลย

ผิดตลอดดดดดดดดดดดด

คือคำทั่วไปๆน่ะ มันเขียนได้ คาดว่าเพราะเห็นคนอื่นเขียน

แต่ถ้าให้มันเขียนเอง พิมพ์เองคำที่ไม่ค่อยได้ใช้ หรือไม่เคยเขียน

ไม่นับพวกตัวสะกด หรือ การันต์ นะ อันนั้นเข้าใจว่าผิดกันได้

แต่วรรณยุกต์เนี่ย มันผันเสียงเอาได้ปะวะ

เช่น…

อีนี่มาเลยเขียนในเฟรนด์ชิพเลย

แกเป็นคนถลึง…

เหยยย…อ่านครั้งแรกงงเลย

ถลึงอะไรวะ ตากูออกจะตี่

กูเคยไปโกรธมึงแล้วถลึงตาใส่หรอ

คิดอยู่นานก็อ๋อ…แกจะเขียนว่า

แกเป็นคนทะลึ่งใช่มั้ย

เออ…นั่นแหละ อ่าวนี่ไม่ได้อ่านว่าทะลึ่งหรอ….

เออกูเข้าใจแล้วล่ะที่มึงเรียนวิทย์คณิตต่อ

นี่คือเพี้ยนน้อย

แล้วที่มากๆล่ะ

โอ๊ย..เยอะ ไอ้ที่เยอะแม่งก็มาอย่างล้นเลย

หายใจหายคอแทบไม่ทัน

อย่่างตอนนี้เนี่ย

รู้สึกคนรอบกายจะเพี้ยนหนักคือแบบทุกคนสุดทางในแบบเธอ

จนตอนนี้อยากจะตั้งอันดับให้เลย

ว่าใครอยู่ระดับไหนระดับไหน

ขอยกตัวอย่างคนอันดับต้นๆ

ไอ้นี่มันเพี้ยนจริงๆ

ดูภายนอกเหมือนคนทั่วไปมาก

โอ๊ย นี่พอจะคิดว่าจะเล่าเรื่องเพี้ยนเรื่องไหนดียังตีกันไปหมด

เพราะแต่ละเรื่องแม่งจินตนาการสูงส่งมาก

คือเฮียแกเค้าเป็นที่จินตนาการสูงมาก

คืออยู่ดีๆสามารถอุปโลกน์คนรอบๆหรือคนข้างทางให้เป็นคนรู้จักได้

เช่น…

วันนั้นนั่งแท็กซี่แบบสุดหรู

อยู่ดีๆเฮียแกก็โพล่งขึ้นมา

เฮ้ย..ต้อย เดี๋ยวไปรับสูทที่ตัดไว้ด้วยนะแล้วก็ไปแวะซื้อข้าวต้มให้ท่านพ่อด้วย

หืม….ต้อยเชี้ยไรครับ ใครวะต้อย

คืออยู่ดีๆมันก็คิดเอาเองว่าโชเฟอร์ชื่อต้อย เป็นคนขับรถให้มันกับท่านพ่อ(?)มาตั้งกะเด็ก

หลังจากนั้นเวลาเราเห็นรถแท็กซี่คล้ายๆคันนี้พวกเราก็จะพร้อมใจกันเรียกต้อย

แล้วไม่จบๆอีนี่สร้างเรื่องต่อ

หลายวันต่อมาเดินๆกันอยู่ดีๆ เดินผ่านอู่ซ่อมรถ

เออเนี่ยเมื่อคืนบอกให้ต้อยเอารถมาให้ช่างแว่นทำสีเนี่ยไม่รู้เสร็จยัง

เฮ้ย นี่มึงยังไม่จบอีกหรอเนี่ย แล้วช่างแว่นเนี่ยมันโผล่มาจากไหนคร้าบบบบ

ถึงตอนนี้เนี่ยมีตัวละครโผล่ขึ้นมาไม่ต่ำกว่าห้าคนแล้ว

แม่งจินตนาการเขาสูงจริงๆ

ตอนนี้พยายามบอกให้มันเขียนนิยายอยู่

น่าจะสู้กับนาธานได้เลยทีเดียวเชื่อมือเจ๊

เฮ่อ….เพี้ยน

แต่ดีนะ เพราะไอ้พวกเพี้ยนๆนี่แหละทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะ

ถึงจะปวดหัวไปหน่อยก็เหอะ

คำลงท้าย

ภาษาไทยเป็นภาษาที่น่าสนใจมาก

ยิ่งตอนนี้รู้ชัดเลยว่ามันมีลูกเล่นอะไรต่างๆมากมายก่ายกอง

มากกว่าแค่รวมประธาน กริยา กรรม ตามแบบฉบับภาษาอังกฤษเป็นไหนๆ

 

เอาง่ายๆ แค่คำที่ใช้เรียกตัวเอง ก็เหลือคณานับละ

ฉัน ดิฉัน หนู ผม กระผม เดี๊ยน ข้า ข้าพเจ้า อาตมา เค้า ตู กู…

นี่ถ้ามาทั้งพจนานุกรมคงไม่พอเขียน

 

แต่เรื่องเล็กๆที่ชอบมากในภาษาไทยก็คือคำลงท้าย

เอ่อ..ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงจดหมายนะจ๊ะ

พวก ด้วยความเคารพอย่างสูง หรือ รักและคิดถึง

ขอให้ตัดออกจากเอนทรี่นี้ก่อนจ้ะ

ผิดประเด็นนะจ๊ะ

 

คำลงท้ายที่เราว่าก็คือ พวก นะ ค่ะ ครับ ทั้งหลายแหล่นี่แหละ

มันสร้างอารมณ์และความรู้สึกให้กับทั้งคนพูดและคนฟังมาก

 

อะลองดู

ชอบนะ..(กุ๊กกิ๊ก ครุคริ งุงิ)

ชอบค่ะ..(มั่นใจ จริงจัง)

ชอบว่ะ..(ตรงเผงเล็งเป้า)

ชอบสัดๆ…..อันนี้มากไปหน่อย แต่ชัดเลยว่าแม่งชอบจริงอะไรจริง

แล้วเนื่องมาจากไอ้เราก็พูดภาษาไทยมาแทบจะทั้งชีวิต

ไม่ใช่แค่พูดสิ ทั้งพิมพ์ทั้งเขียนด้วย

มันก็ติดมาตามธรรมชาติ

 

แต่ตอนนี้ภาษาที่เราต้องใช้สื่อสารส่วนใหญ่มันคือภาษาอังกฤษ

ซึ่งอย่างที่บอกมันก็สั้นๆ ได้ใจความเลย

ไม่มีหรอก นะ เนอะ มั้ย งุงิ อาร้ายแอร๊ยยยยย ไม่มี๊!!!!

 

แล้วเราก็บาบบบบ เฮ้ยยยย มันห้วนไปป่าว้า….

เอาอย่างงี้ ถ้าไม่เข้าใจลองพิมพ์แมสเสจหาใครก็ได้เป็นภาษาอังกฤษดู

ร้อยละเก้าสิบแปด จะแอบพิมพ์ นะ หรือ คำลงท้ายเป็นคาราโอเกะด้วย

เช่น

 

Hey! I’m at home laew na. (เฮ้ย ถึงบ้านแล้วนะ)

Thanks ka! (ขอบคุณค่ะ)

Don’t wanna go wa. (ไม่อยากไปว่ะ)

ใช่ปะล่ะ…?

 

ที่ตลกคือ อาการพวกนี้มันติดมากะเราด้วยน่ะสิ

บางทีส่งเมล์หาอาจารย์ เราก็แบบเอ๊ะ กูควรเติมค่ะมั้ย เฮ้ย แล้วจะเติมทำห่านไรครับ เค้าไม่เข้าใจปะวะ

หรือโพสต์เฟสบุ๊คเพื่อนต่างชาติก็เผลอลงท้ายด้วยนะลงไป…เพื่อ????

ช่วงนี้แย่กว่าเดิม

ติดพูดลงท้ายไปเลย

ไอติ๊งแดทส์กู้ดนะ I think that’s good นะ…

งงกันเป็นแถบๆ

แล้วยังไง..แคร์ปะล่ะ..

 

 

 

 

สิ่งที่เพิ่งรู้เมื่ออยู่คนเดียวและต่างถิ่น

เคยได้ยินแต่คนอื่นเล่า

แต่ตอนนี้ประสบพบเจอกะตัวเองแล้ว

ขอแบ่งแยกย่อยคร่าวๆเป็นข้อๆได้ดังนี้

ก. จะเพศไหนถ้าอยู่ไกลก็คิดถึงบ้าน

ข.สืบเนื่องจากข้างบน จะเพศไหนก็อดร้องไห้ (บางกรณีเรียกเสียงสั่น ถุย)เวลาคุยกะที่บ้านไม่ได้เหมือนกัน

ค.คนทำอาหารไม่เป็นในที่สุดแล้วจะทำได้บ้างแหละวะ (ถึงจะกินได้คนเดียวก็เถอะ)

ง.มาม่าเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีสำหรับทุกคน (อาจไม่ทุกเวลาแต่ห้ามขาด)

จ.ไข่ก็เช่นกัน

ฉ.เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญรองลงมาจากปัจจัยสี่ (โดยเฉพาะเฟซบุ๊คและสไกป์)

ช.ผู้อาวุโสหลายคนใช้เทคโนโลยีไม่ได้แต่เมื่อลูกหลานอยู่ไกลจะพยายามทำจนได้ (เช่น สไกป์)

ซ.คนไทยอยู่ที่ไหนก็ติดบีบี

ฌ.แต่มาอยู่นี่ก็ซื้อไอโฟน(แล้วค่อยโหลดแอปเอา)

ญ.คนต่างชาติยากแท้หยั่งถึง

ฎ.คนจีนไม่เคยต่อคิว(แทรกตลอด จะเด็กจะอาม่าแค่ไหนก็เหอะ)

ฏ.คนไต้หวันยังคิดเสมอว่าเค้าไม่ได้รวมชาติกับจีน

ฐ.แต่ยังไงก็พูดจาภาษาแมนดารินกันโขมงโฉงเฉงอยู่ดี

ฑ.คนเมกาประหลาดบ้าๆบอเยอะกว่าที่คิด

ฒ.เพราะ this is america…บางคนใช้คำนี้เป็นข้ออ้างในการทำอะไรประหลาดๆแทน

ณ.ขอทานไม่ได้มีที่ไทย เขมร หรือประเทศโลกที่สามเท่านั้น

ด.แต่ที่นี่เค้าจะมีป้ายเก๋ๆขอเงินที่น่าสนใจ ในขณะเดียวกันก็มีขอแบบหน้าด้านๆด้วย

ต.ไปๆมาๆ ขอทานบ้านเราลงทุนให้ดูน่าเห็นใจได้ดีที่สุด (ลงทุนทาเลือดปลอมและไสตัวทั่วถนน)

ถ.การเดินด้วยส้นสูงในซานฟรานคือการฆ่าตัวตาย (ถ้าอยากรู้ว่ารู้สึกยังไงลองใส่แล้วเดินขึ้นภูกระดึง)

ท.ต้องดูพยากรณ์อากาศก่อนแต่งตัว (ถ้าไม่อยากหนาวตายทั้งๆที่เห็นแดดเปรี้ยง)

ธ.คนที่นี่แต่งตัว”จัด” (จะจัดว่าอะไรก็ตามแคตากอรี่ แต่”จัด”จริงๆ)

น.และต้องตามฤดูกาลด้วย หน้าร้อนสีสีน ใบไม้ผลิลายดอก ใบไม้ร่วงเอิร์ธโทน และหน้าหนาวขาวดำ

บ.อยากใส่สีอื่นร้านไม่มีขายหรอกนะ…แม่งหยั่งกะแพลตตินั่มเหมือนกันทั้งตึก

ป.รวมถึงรองเท้าด้วย…เช่น บู๊ทจะหายไปยามหน้าร้อนทันที

ผ.ไม่น่าเชื่อว่าแบรนด์ดังๆอย่างกุชชี่ ดิออร์หรือหลุย ก็ทำบู๊ทยางได้หน้าตาเหมือนบู๊ทปากคลองตลาดบ้านเราเหมือนกัน

ฝ.ฝากข้อข้างบนไว้เป็นแนวทางในการก๊อปของให้เมืองไทยต่อไป

พ.ผับฝรั่งต้องเข้าคิวและจ่ายตังค์

ฟ.ซึ่งในภายหลังจะรู้สึกเฟลและอยากไปทองหล่อทันที

ภ.ซานฟรานซิสโกคือกรุงเทพสาขาที่สี่ (มีลอนดอนเป็นสอง และแอลเอเป็นสาม)

ม.ร้านอาหารไทยมีมากกว่าร้านชาติใดในซานฟราน

ย.แต่ก็ยังไม่มีร้านใดรับเข้าทำงาน (แงงงงงงง)

ร.ใครมีลูกมีหลานให้ไปเวิร์คแอนด์ทราเวลและรับsocial security numberมาซะ จะเป็นผลประโยชน์มหาศาลต่อตัวเค้าเอง

ล.ประเทศออกใหญ่แต่ของใช้น้อยกว่าสำเพ็ง

ว.มาบุญครองควรมาเปิดตลาดที่นี่มาก (ร้านตัดสติ๊กเกอร์และร้านซีร็อกซ์ยังไม่มีเล้ยยยยยย)

ศ.เครื่องเขียนน่ารักๆซื้อได้ที่ร้านญี่ปุ่นเท่านั้น ร้านเมกาหน้าตาธรรมดาหาได้ทั่วไป (แต่อย่าถามถึงราคา เจ็บปวดเกินไป)

ษ.ถ้าคิดอยากทำน้ำพริกหรือน้ำจิ้มส่งออกนอก แนะนำ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ (ขอร้องเลย)

ส.เพราะถึงมีซีฟู้ดหรูเริ่ดแค่ไหน ขาดน้ำจิ้มไปเหมือนกินกระดาษ

ห.ถ้าตัดขากางเกงเป็นคุณมีสิทธิ์เป็นเศรษฐีทันที (ที่นี่แพงโควดดดดดดดด)

ฬ.บางครั้งโปรไฟล์ดีเกินไปทำให้คนไม่รับเข้าทำงาน

อ.อยู่คนเดียวก็อิสระจริงๆ ทำทุกอย่างด้วยตัวเองจริงๆ และเหงาจริงๆ

ฮ.แต่ “เพื่อน” ทำให้อะไรต่างๆมันดีกว่าที่คิดไว้มาก…มากที่สุด

จริงๆมีอีกเยอะ แต่หมดตัวอักษรแล้ว

แค่นี้ก่อนนะ ;p

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

เปลี่ยนใหม่ใจเดิม

อยากเขียนบล็อกมาก
แต่ใช้เวลาปรับตัวกับนิวซิสเต้มนี้จนเฉื่อย
แล้วจะกลับมาเขียนใหม่

ปล ตอนนี้…เศร้าใจพิลึก

On my Own!!

สวัสดีที่รัก…

ตอนนี้ชั้นอยู่ซานฟรานมาได้เกือบเดือนแล้วนะ
ที่เก๋กว่านั้นคือ ชั้นอยู่แบบ "คนเดียวจริงๆ" เกือบสามอาทิตย์แล้ว

ตอนแรกชั้นกลัวชิบหายเลยล่ะ
ยิ่งหมอดูทักว่า "ไปคราวนี้จะเหงามากกกก"
ชั้นยิ่งกังวล เนอวัส วิตกจริต จิตหงุดหงิม
ก็คนปาร์ตี้ศรีฟันฟันฟัน( ไอ มีน ฟัน แปลว่าสนุก น่ะนะ )
จะอยู่อย่างเหงาๆได้อย่างไร
ชีวิตต้องแห้งเหี่ยวเฉาราวแตงเถาตายเป็นแน่
ทำไงดีๆๆๆๆ

แต่ไลฟ์โกส์ออนจ้ะ
เมื่อเลือกแล้วก็ต้องมาชิมิแคะที่รัก

พอจุ๋มเดินลับตาไปขึ้นรถไฟมุ่งหน้าไปสนามบิน
ชั้นน้ำตาแทบปริ่ม(คิดว่าจะน้ำตาแตกมากกว่านี้แต่เก็บได้ เก่งจริงๆกู)
กลับมาที่ห้องสิ่งแรกที่ทำคือ..ซักผ้า
เป็นการใช้ชีวิตแบบโสดสวยๆกลางกรุงจริงๆ
(เคยเห็นแต่ในหนังที่แบบไปร้านซักรีดแล้วรอเครื่องปั่นๆอะไรอย่างงี้ เก๋)
แต่ด้วยความโง่..ใช้ไม่เป็น อีเหี้ย ปุ่มเยอะได้อีก แถมกูนี่เก่งอิงลิชเชียว
ดีมากที่หน้าเอ๋อมากพอที่จะเรียกให้คนมาช่วยได้
ขอบคุณค่ะ ช่วยเวทนาคนโง่อย่างหนูหน่อย น้ำตาแทบหลั่ง
ตอนนี้ชั้นเป็นแล้วนะจ๊ะ มาได้ทุกรูปแบบจ้ะ พร้อมปั่นค่า…

ต่อมาก็อยู่อย่างเหงาๆรอเวลาไปปฐมนิเทศตอนเย็น
ใจก็ปรี๊ดๆ อีเหี้ยกูจะยังไงดีวะ แต่เหี้ยซานฟรานคนไทยเยอะคงเจอมั่งแหละ

ไปถึงปุ๊บ ตึ่ง..หัวทองพรึ่บ… หัวดำๆก็เป็นจีนซะหมด โช้งเช้งๆ จนรู้สัญชาติ
ไอ้เราก็อยู่อย่างลีบๆ จ้า…ไม่มีคนไทยจ้า นั่งคนเดียวก็ได้จ้ะ
งานเค้าก็เก๋ๆดี โชว์นู่นนี่สวยงาม
แล้วแยกย้ายกันเข้าตามคณะที่เรียน
สภัสสร on multimedia ก็เดินต๊อกๆตามเค้าไป
คนแรกที่รู้จักก็ Gina อเมริกันจ๋าจากเฟรสโน แคลิฟอร์เนียเลยค่ะ
คนต่อมาก็อเมริกันอีกจ้า..นี่ชั้นจะเป็นเด็กเอเชียคนเดียวจริงๆรึนี่

แต่แล้วอยู่ดีๆรอบข้างก็กลายเป็นเยาวราช
เพราะพายุเราเหล่าชาวจีนและไต้หวันขนกันมาอยู่ภาคนี้เป็นฝูง
ตอนนี้อเมริกันกลายเป็นกะเหรี่ยงโดยปริยาย
แล้วก็ได้เวลาโช้งเช้งๆแนะนำตัวกันไป
ก็เลยได้รู้จักกับคู่หูใหม่ ณ ตอนนี้
ตาวตาวค่า…เย่…..
มีคนไทยมาเรียนภาคนี้กะเค้าด้วยอีกคน
ดีใจขี้แทบปลิ้นแล้วก็เลยตามเลยใช้ชีวิตติดกัมาจนถึงตอนนี้แหละจ้ะ
แถมมีพี่หวาน พี่สุดเก๋จากภาคจิตรกรรม
ซึ่งคนนี้ตอนนี้มาเป็นรูมเมทคู่ตุนาหงันกันแล้วจ้ะ

ปัจจุบันกาล มีเพื่อนคนไทยเยอะมากกกกก
อยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนกลับกรุงเทพ ฮ่าๆๆ
เอนี่เวย์แต่เวลาเรียนก็ยังสปี้กอิงลิชอยู่เพราะเรียนกะต่างชาติซะเยอะ
จะพยายามแพรคทิซนะคะ

แต่จะว่าไปตอนนี้ก็ถือว่าอยู่เองจริงๆ
ไปเอง ทำเอง พูดเอง อยู่เอง จ่ายเอง เดินเอง ถามเอง เรียนเอง ตอบเอง กินเอง
อะไรๆที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องคิด หรือซื้อของเข้าบ้านอะไรอย่างงี้
ก็ต้องเริ่มทำละ เช่นเมื่อวาน ไปคอสโก้(เหมือนแมคโครไทย) ไปซื้อกันอย่างกับแจกฟรี
คือ มันต้องใช้จริงๆไม่งั้นไม่สามารถดำรงชีวิตต่อได้ อย่างไมโครเวฟ(เห็นใจคนไม่มีครัวหน่อย) หรืออาหารการกิน
แต่ยอมรับว่าบางอย่างก็แอบฟุ่มเฟือย เช่น ทีวี (แต่มันก็ช่วยเรื่องอื่นได้นะ (ข้ออ้างมาก))
ใครจะไปคิดชีวิตชั้นเก๋ๆ มีทีวีเป็นของตัวเองตอนอายุยี่สิบสี่ (ถึงจะไม่ใช่ตังค์ตัวเองขนาดนั้นก็เถอะ)
โอ๊ย…ตอนนี้ต้องพยายามเจียมๆ กินอยู่แบบประหยัด เพราะยังไงของก็ต้องซื้อต้องใช้อยู่ดี
เฮ่อ…ชีวิตหญิงเดี่ยวเยี่ยวดังนี่มันลำบากนะเนี่ยยยยย

อืม…แต่ดีอย่างนึงนะตอนนี้
เพราะมีเพื่อนก็เลยดีไปเยอะ
อืม..ไม่เหงาแบบที่หมอดูบอกนะ

ฮาวเอ้เว่อ…ก็ยังคิดถึงที่รักนะจ๊ะ
คิดถึงจริงๆจ้ะ

รัก

หญิงเดี่ยว

ปล เรื่องเยอะมาก แต่เล่าไม่หมด เพราะทำการอินสตอลงานเองอยู่จ้ะ

ฉันอยู่..เธออยู่?

ขณะนี้อยู่ที่อเมริกามาเป็นเวลากว่าสิบวันแล้ว
แต่ไม่ได้มาที่นี่มากกว่าเดือนแล้ว
ยาวนานจริงๆ

รู้สึกระบบมันจะเปลี่ยนๆหาทางเข้ามาสเปซยากขึ้น
(เรื่องของเรื่องคือ หาปุ่มกดไม่เจอ)

เทคโนโลยีนี่มันกว้างไกลไปทุกขณะ
แต่ปัญญาเรามีเท่าเดิมนะ ช่วยสงสารคนเทคโนโฟเบียมั่งดิ๊

อะไรก็ตามแต่
พอกลับมาแล้วก็อยากเล่าเรื่องนู้นนี้ให้ฟัง

ตอนนี้อยู่นี่..บัลติมอร์ที่เดิมแห่งนี้
ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปซานฟรานซิสโกวววววว
เน็กซ์มันเดย์แล้วนะจ๊ะ โอ้ววว โซเอ๊กไซเต๊ด

ไปคราวนี้เกือบๆโซโล่ว
แต่บังเอิญคุณเพื่อนสุดที่เลิฟ
(จริงๆควรยกระดับให้เป็นคู่ชีวิตได้แล้ว ติดที่มันเป็นผู้หญิง
คิดอีกที ขนาดเป็นผู้หญิงด้วยกัน คนยังคิดไปนู่น เออช่างแม่งวะ)
ร่วมอาสาติดสอยห้อยตามติดชีวิตด้วยก่อนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
(จริงๆหาเรื่องไปเที่ยว ทำมาเป็นบอกว่าจะมาช่วยเรา)

มาคิดๆดูแล้วเนี่ย
แปลกดีเหมือนกันนะที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่กะจุ๋มมากขนาดนี้
ทั้งๆที่ถือว่าในบรรดาเพื่อนๆที่สนิทๆกันมาแต่นมนานเนี่ย
ช่วงเวลาปีถือว่าน้อยกว่าเพื่อนอื่นๆ
คือ รู้จักกันตอนปีหนึ่งแต่มาป๊ะเท่งป๊ะกันจริงๆก็ปีสอง
แล้วมันก็ซึมลึกยาวนานมาก็นับเวลาได้ห้าหรือหกปี
แต่ไอ้ห้าหกปีเนี่ยมันทุกวันจริงๆ
ยิ่งสองสามปีหลังนี่ทั้งวันทั้งคืน
(ฟังดูติดเรทแต่ช่วยอย่าคิดไปทางนั้น)
เราคงทำกรรมและบุญตามกันมามากอยู่ทีเดียว
งั้นชาตินี้ อย่ามาทำกะกูนะมึง ฮ่าๆๆๆ
ล้อเล่น…เพราะมีมันน่ะแหละถึงเป็นผู้เป็นคนได้มากขนาดนี้

ถ้าเคยเรียนพระพุทธประวัติ
จะมีเจ็ดสหชาติ หรือสิ่งที่เกิดมาโดยพร้อมเพรียงกับพระพุทธเจ้าเจ็ดสิ่ง
หนึ่งในเจ็ดสหชาติของเราก็คงมานางสาววันทนีย์อยู่ด้วยในลิสต์แน่ๆ
(เอ๊ะ เพิ่งนึกออกว่าเกิดกันคนละวัน เอาเป็นว่ามันดองกันมากละกันนะ)

สิ่งต่อไปที่อยากจะขอ
คือขอเพื่อนดีๆแบบนี้ทุกครั้งที่เราไปไหน
มากไปปะวะ..แต่ถ้าได้ก็คงจะดี

เคยมีคนบอกว่า
เลือกคบเพื่อนเน้นคุณภาพอย่าเน้นปริมาณ
อันนี้เราเข้าใจนะ
แต่ในบางที…ถ้าเพิ่มปริมาณเราอาจได้พบกับสิ่งที่มีคุณภาพมากขึ้นก็ได้
เราอาจมองโลกในแง่ดีเกินไป
แต่มันก็ยังไม่เคยทำร้ายเราซักกะที
ถือว่าโชคดีใช่มั้ยเนี่ย

ในขณะเดียวกันก็ขอทำตัวเป็นเพื่อนมีคุณภาพ
มากเท่าที่จะมากได้…จะพยายามไม่บูดไม่เสีย
และขอร้องอย่าบี้กล่อง

เรื่องรักเรื่องที่สี่

"สิ่งที่เธอทิ้งไว้"

ทำไมวงนี้มันดังนักนะ
ขนาดช่วงนี้ไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่แท้ๆ
เพลงเก่าๆพวกนั้นก็เปิดกันอยู่ได้

ชั้นไม่ชอบเลย…ไม่ชอบเลยจริงๆ

แต่เพราะวงนี้มันดังขนาดนั้น
เค้าถึงร้องเพลงของวงนี้ได้

เพราะอย่างนั้น…ชั้นถึงไม่ชอบเลย

ถึงจะเป็นเสียงนักร้องนำของวง
แต่ในหัวของชั้น
ชั้นได้ยินเป็นเสียงเค้าร้องอยู่

และคุณรู้มั้ย?
ชื่ออะไรที่โหลที่สุดในประเทศไทย

จริงๆมันอาจไม่ได้มากที่สุดก็ได้
แต่หลังจากวันนั้นแล้ว
ชั้นกลับได้รู้จักและบังเอิญพบเจอกับคนชื่อเดียวกับเค้าอีกล้านคน
จนชั้นอยากให้เค้าใช้ชื่อเป็นภาษาต่างดาวไปเลย

จะได้ไม่ต้องจี๊ดใจทุกครั้งที่มีคนเรียกชื่อนั้นขึ้นมา
เพราะมันบ่อยเกินไป…

เทคโนโลยีเราสมัยนี้ก็เหมือนกัน
ทำไมมันเห็นอะไรๆมากเกินกว่าที่เราจะเห็นนัก

บางครั้งชั้นแค่อยากเห็นหน้าเค้าเฉยๆ
แค่รูปก็ได้…
จริงๆแล้ว มันได้แค่รูปมากกว่า

แต่ก็ไม่ได้…

เพราะรูปของเค้านั้น…

ไม่ได้มีชั้นอยู่ข้างๆแล้ว
ที่สำคัญ…
รูปของเค้า..

มีคนอื่นอยู่ข้างเค้าแทนชั้น

เจ็บปวดเกินไปจริงๆ…

ตอนนี้ชั้นกลับมาดูหนังแอ๊คชั่น
ทั้งที่แต่ก่อนไม่ชอบซักเท่าไหร่
แต่มันดีกว่าดูหนังรักโรแมนติกมาก

เพราะอย่างน้อยชั้นก็ไม่ร้องไห้

เพลงรักก็เหมือนกัน
ถึงทำนองจะสดใสและเร็วแค่ไหน
ชั้นทนฟังไม่ได้
หรือทนได้
ชั้นก็ไม่อินกับมันแล้ว
มันตลกกับการที่จะต้องคิดตบท้ายหนังรักเพลงรักพวกนั้นว่า…

ประโลมโลกย์ทั้งนั้น ใครมันจะรักได้ขนาดนั้น
และเรื่องพวกนี้มันไม่เคยเกิดกับชั้น…
โหดร้ายเหลือเกิน

สิ่งที่เธอทิ้งไว้…ซากชั้นที่ช่างโหดร้า่ยเหลือเกิน

ธรรมดาชีวิต

ตั้งกะกลับมาเมืองไทยเนี่ย
การใช้ชีวิตเราค่อนข้างราบเรียบ
ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาชีวิตเรามีสีสันหรืออะไรมากมายเกินไป
หรือเพราะว่าตอนนี้มันเงี้ยบบบเงียบจริงๆ

มาคิดดูแล้วก็อาจจะดีก็ได้
เพราะไอ้ที่เงียบๆแบบนี้แหละ
จะไม่อยู่กะเราในอีกเดือนสองเดือนนี้แล้ว
เมื่อกลับไปเป็นกะเหรี่ยงต่างแดนอีกครั้ง
ครานั้นคงจะกระเสือกกระสนดิ้นรนชิบหายเหมือนเดิม

ชีวิตช่วงนี้ก็เรื่อยๆจริงๆ
งานที่ทำก็เรื่อยๆไม่มีอะไรหวือหวา
ตื่นสายๆ
ไปเข้างาน
นั่งอ่านหนังสือไม่ก็เล่นเกมในคอม
ตกค่ำไปกินข้าว
ไปกินกะพี่หรือกะเพื่อนก็ตามแต่โอกาส

เนี่ยๆ…เมนหลักมีแค่นี้จริงๆ

มีแอคทิวิตี้เล็กน้อยๆก็แค่

เตรียมเอกสารนู่นนี่ทำวีซ่า
เรียนขับรถ
ไปสอบใบขับขี่
ลิสต์ของชอปปิ้งสู่อเมริกา
เตรียมของไปเที่ยวทะเลอีกสามทริป
ไปขายของกะหม่าม้า
ไม่มีอะไรหวือหวา

อ้อ เพิ่งจะมีหวือหวาก็จะไปตัดตุ่มติ่งที่ตูดออกนี่แหละ
จะหวือหวารึเปล่าไม่รู้แล้วจะมาเล่าให้ฟังทีหลัง

เฮ่อ…เริ่มเข้าใจละว่าคนบางคนเหมาะกับงานอยู่นิ่งๆ
และบางคนแม่งควรออกนู่นนี่ตลอดเวลา
ลางเนื่อชอบลางยานี่นะจริงเสมอ

จบเเบบเรียบๆ

« Older entries
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.